เว็บลิงค์
สภาวิชาชีพบัญชี กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานประกันสังคม ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย พลัสมา กรุงเทพธุรกิจ จีบัน
อัตราแลกเปลี่ยน
เอกสารเกี่ยวกับบริษัท
 
สอบถามบัญชี โทร 081-903-9321 , สอบถามงานจดทะเบียน โทร 081-753-4070
ภาษีหักณที่จ่าย ความเหมือนที่แตกต่าง

    ค่าของ+ค่าแรง หัก3%ทั้งก้อน

หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/3207

ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2539) 

 

ค่าของ+ค่าแรง ไม่หัก3%ทั้งยอด

(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/14264

ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2537) 

เรื่อง   ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม

           การขายสินค้าพร้อมติดตั้ง และการให้บริการซ่อมพร้อมอะไหล่

         ปัญหา

         บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตเหล็กเส้น  สังกะสี  และรับจ้างทำโครงเหล็ก จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประเภทภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ (ภ.พ.20)บริษัทฯได้สั่งซื้อรอกไฟฟ้าและเครนจากต่างประเทศมาขายภายในประเทศพร้อมบริการติดตั้งให้ลูกค้าด้วย เมื่อบริษัทฯได้รับใบสั่งซื้อจากลูกค้า บริษัทฯจะให้ลูกค้าชำระเงินงวดแรกก่อนร้อยละ 20 เพื่อรอรอกไฟฟ้าหรือเครนจากต่างประเทศหลังจากติดตั้งเสร็จพร้อมใช้งานได้ บริษัทฯจะให้ลูกค้าชำระงวดสุดท้ายอีกร้อยละ 80 แต่บางครั้งเมื่อติดตั้งเสร็จลูกค้าขอจ่ายเพียงร้อยละ 70 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 10 จะชำระให้เมื่อทดลองให้งานแล้ว 1 เดือน บริษัทฯจึงขอทราบวิธีปฏิบัติกรณีบริษัทฯ ขายรอกไฟฟ้าพร้อมติดตั้งและบริการซ่อมพร้อมอะไหล่  ซื่งบริษัทฯ ออกใบ INVOICE/ใบกำกับภาษี  เรียกเก็บเงินจากลูกค้า 2 แบบ ดังนี้

  1. ขายและติดตั้งรอกไฟฟ้า  ขนาด 3.2 ตัน ราคา 500,000 บาท เรียกเก็บเงินงวดที่ 1 จำนวน 100,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7.0 รวมเป็นเงิน 107,000 บาท เมื่อลูกค้าชำระเงินให้บริษัทฯ ลูกค้าจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 หรือไม่ เพราะเหตุใด
  2. ค่าบริการซ่อมมอเตอร์รางยาวพร้อมอุปกรณ์รวม 4 รายการ ถ้า 3 รายการเป็นค่าอะไหล่ อีก 1 รายการคือค่าแรง เมื่อลูกค้าชำระเงินให้บริษัทฯลูกค้าจะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย รายการใดบ้างนั้น

 

คำวินิจฉัย

  1. กรณีบริษัทฯ ขายรอกไฟฟ้าและเครนพร้อมติดตั้งให้ลูกค้าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากรเว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้ คือ โอนกรรมสิทธิ์สินค้าได้รับชำระราคาสินค้า หรือได้ออกใบกำกับภาษีเกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้าก็ให้ถือว่าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  เกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้นๆแล้วแต่กรณี  ดังนั้นเมื่อบริษัทฯได้รับใบสั่งซื้อจากลูกค้าและให้ลูกค้าชำระเงินงวดแรกร้อยละ 20 เพื่อรอรอกไฟฟ้าและเครนจากต่างประเทศ ถือได้ว่าบริษัทฯได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78(1) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าที่ได้รับชำระตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากรประกอบกับข้อ 5 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.36/2536 เรื่องการขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบตามมาตรา 78(2) แห่งประมวลรัษฎากร  ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2536 และเมื่อบริษัทฯ ได้ส่งมอบรอกไฟฟ้าและเครนให้แก่ลูกค้าไม่ว่าจะได้ติดตั้งแล้วเสร็จหรือไม่ ถือว่าบริษัทฯได้ขายสินค้าให้แก่ลูกค้าตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย  ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้าตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร  บรัทฯ จึงต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าสินค้าทั้งหมดของสินค้า  ซึ่งได้หักส่วนที่ชำระล่วงหน้าออกแล้ว  ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร   ประกอบกับข้อ 5 (3) ของคำสั่งกรม สรรพากร ที่ ป.36/2536 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2536
  2. กรณีตาม 1. ลูกค้าผู้จ่ายเงินได้ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530
  3. กรณีบริษัทฯให้บริการซ่อมมอเตอร์รางยาวพร้อมอะไหล่รายรับจากการให้บริการซ่อมดังกล่าวต้องคิดรวมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงด้วย  ไม่ว่าจะคิดค่าบริการซ่อมเป็นการเหมา หรือแยกค่าบริการรับจ้างซ่อมทั้งหมด  หากผู้จ่ายเงินได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น  ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้  ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

****************************************************

(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.14398 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2537)

เรื่อง   ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีบริการติดตั้ง  และซ่อมเครื่องเย็น

          ปัญหา

          บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ประกอบกิจการนำเข้า ขายปลีก ขายส่ง ให้บริการติดตั้งและซ่อมเครื่องเย็น  ในการให้บริการซ่อมเครื่องเย็นบางครั้งไม่ต้องใช้อะไหล่  บริษัทฯจะเปิด Invoiceขายสินค้าเท่านั้น  จึงขอทราบว่าลูกค้าผู้จ่ายชำระค่าสินค้าและค่าบริการมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ของราคาขายสินค้าและบริการหรือไม่นั้น

 

 

          คำวินิจฉัย

          กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว  รายรับที่ได้จากการให้บริการต้องคิดรวมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงด้วย  ไม่ว่าจะคิดค่าบริการซ่อมเป็นการเหมาหรือแยกค่าบริการเป็นค่าอุปกรณ์กับค่าแรง  การประกอบกิจการดังกล่าวยังคงถือเป็นการให้บริการรับจ้างซ่อมทั้งหมด  หากผู้จ่ายเงินได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น  ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530ฯ  ลงวันที่  22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

******************************************************

(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.20419 ลงวันที่ 11 กันยายน 2538)

เรื่อง     ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  กรณีการขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง

          ปัญหา

          บริษัทฯ ประกอบกิจการขายอุปกรณ์โทรศัพท์และตู้สาขาพร้อมให้บริการติดตั้ง  และบริษัทฯ ก็จะทำการขายอะไหล่อุปกรณ์โทรศัพท์  และรับซ่อมอุปกรณ์โทรศัพท์ด้วย  ซึ่งในการออกใบแจ้งหนี้เพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้าบริษัทฯ จะปฏิบัติดังนี้

  1. ออกใบแจ้งหนี้เฉพาะค่าสินค้า คือ ค่าอุปกรณ์  และค่าอะไหล่ 1 ฉบับ และออกใบแจ้งหนี้เฉพาะค่าแรงคือค่าบริการติดตั้งอีก 1 ฉบับ  แม้ลูกค้าจะออกใบสั่งซื้อรวมค่าแรงก็ตาม 
  2. ออกใบแจ้งหนี้ค่าสินค้า  คือ  ค่าอุปกรณ์หรือค่าอะไหล่รวมกับค่าบริการติดตั้งหรือค่าแรง 1 ฉบับ โดยแยกราคาให้เห็นอย่างชัดเจน
  3. ออกใบแจ้งหนี้ค่าสินค้า  คือ  ค่าอุปกรณ์หรือค่าอะไหล่รวมกับค่าบริการติดตั้งหรือค่าแรง 1 ฉบับ  โดยไม่ได้แยกราคาออกจากกัน

บริษัทฯจึงหารือว่าเมื่อลูกค้าชำระราคาตามใบแจ้งหนี้ในกรณีที่ 1. และ 2. ลูกค้ามีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  ได้เฉพาะในส่วนของค่าบริการติดตั้งเท่านั้น  ส่วนกรณีที่ 3. บริษัทฯ ถือว่าเป็นการขายสินค้า  ลูกค้าไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  ความเห็นของทางบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่นั้น

คำวินิจฉัย

  1. กรณีบริษัทฯ  ประกอบกิจการขายอุปกรณ์โทรศัพท์  และตู้สาขาพร้อมให้บริการติดตั้งในขณะเดียวกัน  โดยออกใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าลีค่าบริการติดตั้งแยกจากกันโดยจะออก 2 ฉบับหรือฉบับเดียว  ในส่วนของค่าบริการติดตั้งนั้น  ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามคำสั่งกรมสรรพากร  ที่ ท.ป. 4/2528  ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22  ตุลาคม พ.ศ. 2530
  2. ส่วนการรับซ่อมอุปกรณ์โทรศัพท์และขายอะไหล่อุปกรณ์โทรศัพท์ถือว่าเป็นการรับจ้างทำของตามมาตรา 587  แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ซึ่งรวมทั้งการซ่อมด้วย  แม้จะแยกเป็นค่าอะไหล่และค่าแรงก็ตาม  ถือเป็นการให้บริการต้องนำมูลค่าทั้งหมดจากการให้บริการ  ซื่งรวมค่าอะไหล่ด้วยมารวมคำนวณเป็นฐานภาษี  สำหรับการให้บริการตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรและผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่  22 ตุลาคม พ.ศ. 2530
  3. การขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้งโดยติดราคาค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งรวมกัน  ถือเป็นการขายสินค้า  ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อผู้ขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร  ดังนั้นเมื่อผู้ซื้อ (ลูกค้า) ชำระค่าสินค้าที่บริษัทฯ เรียกเก็บจึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

************************************************

(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/23053 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2538)

เรื่อง    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  กรณีติดตั้งและซ่อมเครื่องฉีดพลาสติก

          ปัญหา

          บริษัทฯ ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต่อไปเรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ได้ว่าจ้างบริษัท ว. ต่อไปเรียกว่า “ผู้รับจ้าง” ให้ดำเนินการซ่อมเครื่องฉีดพลาสติกในการตรวจเครื่องพบว่าวาล์วเสีย 1 ตัว  แต่วาล์วดังกล่าวไม่สามารถซ่อม สั่งทำ หรือหาซื้อในประเทศไทยได้  ผู้ว่าจ้างจึงให้ผู้รับจ้างช่วยสั่งซื้อวาล์วจากญี่ปุ่นให้โดยสั่งซื้อและนำเข้าวาล์วในนามของผู้รับจ้างในการเปลี่ยนวาล์วดังกล่าวผู้รับจ้างเป็นผู้เปลี่ยนให้  เมื่อดำเนินการซ่อมเครื่องเรียบร้อยแล้ว  ผู้รับจ้างได้เปิดบิลแยกเรียกเก็บค่าซ่อมเครื่องและค่าอะไหล่  แต่ผู้ว่าจ้างได้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ทั้งค่าซ่อมเครื่องและค่าอะไหล่  ผู้รับจ้างได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบว่าตัวอะไหล่  ผู้รับจ้างไม่ได้รับจ้างทำของหรือซ่อม เป็นคนกลางที่สั่งซื้อจากญี่ปุ่น  ผู้ว่าจ้างจึงไม่มีสิทธิหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 จากค่าอะไหล่ได้  จึงขอทราบว่าความเข้าใจของผู้รับจ้างถูกต้องหรือไม่นั้น

       

 

          คำวินิจฉัย

          กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว  รายรับที่ได้จากการให้บริการต้องคิดรวมทั้งค่าอะไหล่และค่าแรงด้วย  ไม่ว่าจะคิดค่าบริการซ่อมเป็นการเหมาหรือแยกค่าบริการเป็นค่าอุปกรณ์กับค่าแรง  การประกอบกิจการดังกล่าวยังคงถือเป็นการให้บริการรับจ้างทั้งหมด  เมื่อผู้รับจ้างรับค่าบริการซ่อมเครื่องฉีดพลาสติกซื่งรวมค่าอะไหล่และค่าแรง  ผู้รับจ้างจะต้องถูกผู้ว่าจ้างหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 ของเงินได้  ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528  เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย  ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

***********************************************************************

ที่ กค.0811/7660  02/08/2544

เรื่อง     ภาษีเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีให้บริการซ่อมรถยนต์

            บริษัทฯ ประกอบธุรกิจผลิตสินค้าเพื่อขาย  และมีพนักงานขายของบริษัทฯเอง  บริษัทฯมีปัญหาเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย ดังนี้

  1. กรณีค่าซ่อมรถ  พนักงานขายของบริษัทฯ ได้นำรถยนต์ของบริษัทฯเข้าซ่อมที่ต่างจังหวัดตามศูนย์บริการ  เมื่อซ่อมแล้วทางศูนย์บริการออกบิลค่าซ่อมและค่าอะไหล่แยกออกจากกันแต่เป็นชื่อบริษัทเดียวกัน  บริษัทฯ จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากบิลยอดไหน อย่างไร
  2. จากกรณีข้อ 1 ถ้าศูนย์บริการคิดแต่ค่าอะไหล่อย่างเดียว ไม่มีค่าแรง จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย อย่างไร นั้น  

กรมสรรพากรขอเรียนว่า

  1. การที่บริษัทฯ  ได้นำรถยนต์เข้าซ่อมที่ศูนย์บริการในต่างจังหวัด เมื่อซ่อมแล้วศูนย์บริการได้ออกบิลค่าแรงและค่าอะไหล่แยกออกจากกัน แต่เป็นชื่อบริษัทเดียวกัน กรณีนี้ถือได้ว่าศูนย์บริการผู้รับจ้างประกอบกิจการรับจ้างซ่อมรถยนต์  ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของเมื่อศูนย์บริการฯเป็นผู้จัดหาอะไหล่เพื่อใช้สำหรับการซ่อมรถยนต์เอง  รายรับของศูนย์บริการฯ จึงต้องรวมทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าบริการซ่อมรถยนต์ให้แก่ศูนย์บริการฯ บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของยอดเงินที่จ่ายทั้งที่เป็นค่าแรงและค่าอะไหล่ ทั้งนี้ตามข้อ 8(2) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 19/2530ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530
 

เรื่อง   ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม

           กรณีการขายพร้อมติดตั้งและการขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่ จ่าย

              ปัญหา

          บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องปรับอากาศพร้อมบริการติดตั้งและมีบริการหลังการขายอีก 1 ปี บริษัทฯ เสนอราคาขายเครื่องปรับอากาศพร้อมบริการติดตั้งโดยไม่แยกราคาสินค้าและค่าบริการติดตั้งเมื่อมีการชำระราคาบริษัทลูกค้าจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากยอดรวม  จึงหารือว่าบริษัทลูกค้ามีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่  ถ้าหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไม่ได้จะขอคืนได้หรือไม่ความแจ้งอยู่แล้วนั้น

 

          คำวินิจฉัย

1.กรณีการขายเครื่องปรับอากาศพร้อมกับให้บริการติดตั้งโดยไม่แยกราคาค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งออกจากกัน  ถือเป็นการขายสินค้า  ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีส่งมอบสินค้าตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร  ถือวันที่บริษัทฯส่งมอบเครื่องปรับอากาศเป็นวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น

2.เนื่องจากถือเป็นการขายสินค้า  เมื่อผู้ซื้อสินค้าชำระค่าสินค้า  บริษัทฯ ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง  สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย  ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

3.กรณีบริษัทผู้ซื้อได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้ว  บริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้เสียประโยชน์มีสิทธิขอคืนภาษีที่ถูกหักไว้นั้น  หรือจะถือเป็นเครดิตภาษีหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกหักภาษีเงินได้ดังกล่าวได้  กรณีขอคืนต้องยื่นแบบ ค.10 คำร้องขอคืนภาษีต่อกรมสรรพากร  ภายใน 3 ปี

         **************************************************

(หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/พ.2580  ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539)

 

เรื่อง   ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

           กรณีการขายสินค้าและการให้บริการตอกเสาเข็ม

           ปัญหา

           บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด(มหาชน) ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงพร้อมให้บริการตอกเสาเข็มแก่ลูกค้าในกรณีดังต่อไปนี้

1.บริษัทฯ ทำสัญญาโดยใช้คำว่า “สัญญารับจ้างเหมาทำเสาเข็ม” รายละเอียดให้สัญญาระบุหน้าที่ของบริษัทฯ ในการผลิตเสาเข็ม  การขนย้ายเสาเข็มไปยังบริเวณหน้างานพร้อมให้บริการตอกเสาเข็มให้ลูกค้า

     1.1 ในสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่งและค่าบริการตอกเสาเข็มรวมเป็นราคาเดียวกัน

     1.2 ในสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่ง และค่าบริการตอกเสาเข็มแยกออกจากกันโดยชัดเจน

2. บริษัทฯ ทำสัญญาโดยใช้คำว่า  “สัญญาซื้อขายเสาเข็ม”  รายละเอียดในสัญญาระบุหน้าที่ของบริษัทฯ ในการผลิตเสาเข็มการขนย้ายเสาเข็มไปยังบริเวณหน้างาน  พร้อมให้บริการตอกเสาเข็มให้ลูกค้าด้วย

     2.1 ในสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่ง  และค่าบริการตอกเสาเข็มรวมเป็นราคาเดียวกัน

     2.2 ในสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่ง  และค่าบริการตอกเสาเข็มแยกจากกันโดยชัดเจน

บริษัทฯ หารือว่าสัญญาตามกรณี 1 และ 2 เป็นการขายสินค้าหรือการรับจ้างทำของ  ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อใดและบริษัทฯ อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่นั้น

 

คำวินิจฉัย

กรณีข้อเท็จจริงตาม 1 และ 2 ไม่ว่าบริษัทฯ ทำสัญญาโดยใช้  คำว่า “สัญญารับจ้างเหมาทำเสาเข็ม” หรือทำสัญญาโดยใช้คำว่า “สัญญาซื้อขายเสาเข็ม”  หากรายละเอียดในสัญญาระบุหน้าที่ บริษัทฯในการผลิตเสาเข็มการขนย้ายเสาเข็มไปยังหน้างานพร้อมให้บริการตอกเสาเข็มให้ลูกค้าด้วยพิจารณาได้ดังนี้

  1. กรณีสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่ง  และค่าบริการตอกเสาเข็มรวมเป็นราคาเดียวกันถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร  ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบเสาเข็มตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร  เงินได้จากการขายสินค้าดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย  ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528  เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร  มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย  ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530
  2. กรณีสัญญาระบุมูลค่าเสาเข็ม  ค่าขนส่ง  และค่าบริการตอกเสาแยกออกจากกันโดยชัดเจน  เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้าเข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10)  แห่งประมวลรัษฎากร  ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร และเงินได้จากการให้บริการรับจ้างตอกเสาเข็มดังกล่าว  เป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของอยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 8 แห่งคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง  สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

       ****************************************************

ที่ กค 0811/455   22/01/44

เรื่อง    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย  กรณีขายสินค้าพร้อมขนส่งและ  บริการติดตั้ง

บริษัทฯ ได้ทำสัญญาขายอุปกรณ์ พร้อมติดตั้งเครื่องทำความเย็น (EVAPORATIVE CONDENSER MODEL EVCP 321-SB)  จำนวน 2 ชุด แก่บริษัท ก. จำกัด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2543 รวมราคาขายทั้งสิ้น 4,020,000 บาท ค่ารถเครนขนของ 50,000 บาท ค่าบริการติดตั้งและรื้อถอนของเก่า 90,000 บาท รวมเป็น 4,160,000 บาท บรษัทฯได้ให้ส่วนลดพิเศษแก่ผู้ซื้อ 1,030,000 บาท คงเหลือราคาสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง  รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเป็นเงิน 3,349,100 บาท การชำระเงิน บริษัทฯมีเงื่อนไขดังนี้

งวดที่ 1 ชำระ 40%   จำนวนเงิน 1,339,640 บาท เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายลงนามในสัญญาซื้อขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว

งวดที่ 2 ชำระ 30%  จำนวนเงิน 1,004,730 บาท เมื่อผู้ขายได้จัดส่งสินค้ามาถึงสถานที่ของผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว

งวดที่ 3  ชำระ 30%  จำนวนเงิน 1,004,730 บาท เมื่อผู้ขายได้ติดตั้งสินค้า  และรื้อถอนของเก่าตามรายการในใบเสนอที่แนบท้ายสัญญาเสร็จเรียบร้อยพร้อมตรวจรับงานแล้ว  ซึ่งในงวดนี้ได้แยกรายการค่ารถเครน 50,000 บาท และค่าแรงงานในการติดตั้งและรื้อถอนของเก่า 90,000 บาท แยกออกมาต่างหากจากค่าสินค้า

บริษัทฯ หารือว่าบริษัทฯ จะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากงวดชำระงวดใดบ้าง และเป็นจำนวนเงินเท่าไร นั้น

กรมสรรพากรขอเรียนว่า

1.การขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้งโดยมิได้แยกราคาค่าสินค้าและค่าบริการออกจากกันถือเป็นการขายสินค้า และการขายสินค้าพร้อมขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ  ไม่ว่าบริษัทฯ จะแยกค่าขนส่งออกจากมูลค่าของสินค้าหรือไม่  ทั้งมูลค่าราคาสินค้าและค่าขนส่ง  ก็ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528  เรื่อง  สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 19/2530ฯ ลงวันที่  22 ตุลาคม พ.ศ. 2530 แต่อย่างใด

2.กรณีค่าบริการติดตั้งและรื้อถอน  ที่แยกจากราคาสินค้า  เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร  ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่  ท.ป. 19/2530ฯ ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2530

   ****************************************************

ที่ กค 0811/5009     22/05/44

เรื่อง   ภาษีได้หัก ณ ที่จ่าย  กรณีการขายสินค้าพร้อมติดตั้ง

           บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าเครื่องวัดและวิเคราะห์ทางด้านอุตสาหกรรมพร้อมบริการติดตั้งและซ่อมตามระยะเวลาประกัน ตามสัญญาบริการ (Service  Contract) และจำหน่ายแผ่นพลาสติก HDPEบริษัทฯ ได้หารือเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายดังต่อไปนี้

1. กรณีจำหน่ายเครื่องวัดพร้อมติดตั้ง  ได้ออกใบกำกับภาษีค่าเครื่องพร้อมค่าติดตั้งรวมเป็นยอดเดียว

2. กรณีจำหน่ายเครื่องวัดพร้อมบริการติดตั้ง  โดยออกใบกำกับภาษีแยกค่าเครื่องวัดและค่าบริการออกเป็น 2 ฉบับ หรืออยู่ในฉบับเดียวกันแต่แยกราคาออกจากกันให้เห็นชัด

3. กรณีจำหน่ายอะไหล่พร้อมประกอบหรือ/และให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษาได้ออกใบกำกับภาษีอะไหล่และค่าบริการฉบับเดียวกัน แต่แยกราคาค่าอะไหล่และค่าบริการออกจากกัน

4. กรณีจำหน่ายแผ่นพลาสติก HDPE(ใช้รองพื้นกันรั่วซึมในบ่อกักน้ำ ฯลฯ)  โดยคิดค่าบริการติดตั้ง ในกรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ ทำการติดตั้งให้และบริษัทฯได้ออกใบกำกับภาษี/ใบส่งของเพียง 1 ใบ และแสดงค่าสินค้าและค่าติดตั้งแยกจากกันให้เห็นนั้น

กรมสรรพากรขอเรียนว่า

1. กรณีจำหน่ายเครื่องวัดพร้อมติดตั้ง โดยไม่แยกราคาสินค้าและค่าบริการออกจากกัน  ถือเป็นการขายสินค้า  เมื่อผู้ซื้อชำระราคาค่าสินค้าบริษัทฯ ไม่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง  สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน  ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 



ที่มา : กรมสรรพากร-เรียบเรียงโดยดิไอ17-6-55